หากรับสร้างบ้านแล้วต้องคำนึงถึงวัสดุเป็นหลัก

ในการสร้างบ้านหลังหนึ่งจากที่เราได้รู้จักการสร้างหลังคาแล้ว ยังต้องรู้ด้วยว่าก่อนจะมีหลังคาได้ต้องมีโครงสร้างอย่างโครงเหล็กด้วย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน จริงๆอาจจะมีมากกว่านั้นก็ได้ใครจะไปรู้กันละเนอะ

อย่างแรกเลย… โครงหลังคาเหล็ก มีทั้งแบบเหล็กกลม ซึ่งนิยมใช้ในหลังคาที่ต้องการรูปทรงที่แปลกตา ตลอดจนมี ระยะช่วงกว้างของเสามากๆ  และแบบตัว C ซึ่งมัก จะเป็นเหล็กที่มี ความหนาราวๆ เหมาะสำหรับใช้กับกระเบื้องลอนคู่ และความหนาขึ้นมาหน่อยใช้กับกระเบื้องโมเนีย นอกจากนี้เหล็กที่ใช้ต้องเป็นเหล็กที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม และจำเป็นต้อง ทาด้วยสีกันสนิม ที่ได้รับมาตรฐานไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง

อย่างสอง…โครงหลังคาไม้เนื้อแข็งต้องเป็นไม้ที่ได้รับการอบ หรือผึ่งจนแห้งจะต้องไม่มีร้อยแตกร้าวบิด หรืองอ และต้องได้รับมาตรฐาน นอกจากนี้ควรทาน้ำยากันปลวกอย่างน้อย 2 ครั้ง เพราะปลวกในบ้านเราชุกชุมและขยันเหลือเกิน การขึ้นโครงหลังคา หากอาคารมีช่วงกว้างมาก ควรใช้ไม้ค้ำยันเสริมความแข็งแรง เป็นโครงถักส่วนระยะการวางจันทันต้องเว้นระยะประมาณ 1 เมตร เนื่องจากการวางจันทัน ระยะที่ถี่จะช่วยลด ความเสี่ยงที่ทำให้ หลังคาแอ่นได้

Conventure

ข้อแนะนำเรื่องการรับสร้างบ้านในส่วนของพื้นคอนกรีตสักหน่อย โดยพื้นฐานแล้ว พื้นสำเร็จรูปมีมากมายหลายชนิด ให้เลือกใช้ ในบ้านพักอาศัยทั่วไปนั้น นิยมใช้พื้นสำเร็จรูปแบบท้องเรียบ ในขณะที่ แบบมีรูกลวง นั้นสามารถใช้ในช่วงเสาที่มีความกว้างถึง 6 -15 เมตร นิยมใช้กันใน อาคารขนาดใหญ่ส่วนพื้นระบบ Post tension คือระบบพื้นคอนกรีตที่มีเหล็กชนิดพิเศษ ที่ออกแบบมา ให้สามารถ รับแรงดึง ได้มาก ๆ เสริมอยู่ภายใน และทำการดึงเหล็กชนิดพิเศษนั้น ให้ตึงเมื่อหล่อคอนกรีตเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของพื้น ช่วยให้พื้นรับน้ำหนักมากขึ้น

ข้อดีและข้อเสียของหลังคาแต่ละแบบ

บ้านไม่มีหลังคาก็เหมือนครอบครัวที่ไม่มีความรัก ไม่มีอะไรคอยปกคลุมให้อุ่นหัวใจ หลังคาบ้านจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างบ้าน แบบหลังคาบ้านที่เหมาะกับประเทศเราความจริงแล้วก็มีไม่ค่อยมาก ด้วยอากาศที่ร้อนชื้น จึงมีหลายเหตุผลที่หลายคนเลือกในแบบหลังคาที่ซ้ำ ๆ บทความนี้เราจะพาทำความรู้จักแบบหลังคาบ้านกันค่ะ

หลังคาทรงจั่ว

แบบหลังคาบ้าน7

หลังคาทรงจั่ว (gable roof) เป็นรูปแบบหลังคาที่นิยมใช้ในบ้านเรามาเนิ่นนาน เนื่องจากมีความลาดเอียงมาก ทำให้น้ำฝนไหลลงสู่ด้านล่างได้อย่างรวดเร็ว พบปัญหาการรั่วซึมน้อยมาก และด้วยความลาดเอียงที่มีมากนี้ทำให้ลดการแตกหักของวัสดุที่ใช้มุงหลังคาจาก ลูกเห็บ ลม ฝน หรือกิ่งไม้ที่ตกใส่ จึงไม่แปลกที่บ้านโบราณสมัยก่อนจะมีทรงหลังคาแบบจั่ว โครงสร้างของหลังคาที่มีออกแบบให้มีมวลอากาศมากทำให้กลายไปเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี หากเจาะช่องลมตรงหน้าจั่วทั้งสองด้านก็จะช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

ข้อเสียของหลังคาทรงจั่วคือ อาจโดนฝนสาดได้ถ้าทิศทางของลมขณะฝนตกเป็นทิศที่หันเข้าจั่วของบ้าน แก้ปัญหาได้ด้วยการติดกันสาดหรือต่อส่วนของมุขออกมา

หลังคาทรงปั้นหยา

007ebc6ee82a3129

หลังคาทรงปั้นหยา ทรงหลังคาที่ได้รับความนิยมในบ้านเราอีกแบบหนึ่งคงต้องยกให้ ทรงปั้นหยา (hip roof) หลังคามีลักษณะคล้ายพีระมิด ครอบคลุมทุกด้านของตัวบ้านทั้ง 4 ด้าน มีมุมลาดเอียงน้อยกว่าทรงจั่วซึ่งทำให้คุณสมบัติการระบายน้ำฝนและการรั่วซึมด้อยกว่าทรงจั่ว เนื่องจากมีรอยต่อของหลังคามากกว่า และด้วยโครงสร้างที่ไม่สูงโปร่งทำให้ระบายความร้อนได้น้อยกว่า สามารถแก้ไขด้วยวิธีใช้วัสดุกันความร้อน เช่น ฉนวนกันความร้อน หรือแผ่นสะท้อนความร้อนสำหรับติดใต้หลังคา

หลังคาทรงปั้นหยา ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 – 6 ข้อดีของหลังคาทรงนี้คือ ทนทานสามารถกันแรงปะทะของลมได้ดี ทั้งยังกันแดดและฝนได้ทุกด้าน

หลังคาทรงมนิลา การผสมผสานระหว่างหลังคาทรงจั่วและปั้นหยาเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดหลังคาทรงมนิลาขึ้น ส่วนใหญ่จะนิยมประยุกต์ใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัย เป็นการนำเอาของดีของทั้งสองมาไว้ด้วยกัน ลักษณะเด่นของหลังคาปั้นหยาที่มีความแข็งแรง สามารถปะทะแรงลมได้ดี กันแดและฝนได้รอบด้านของตัวบ้าน ผสานเข้ากับจั่วมีหน้าที่ระบายอากาศ ช่องอากาศที่หน้าจั่วช่วยให้ลมไล่อากาศร้อนลอยตัวออกมา ความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์นี้เราสามารถพบเห็นได้มากในเรือนทรงไทยล้านนาของทางภาคเหนือ

หลังคาบ้านทรงปีกผีเสื้อ

แบบหลังคาบ้าน28

ปีกผีเสื้อ ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ เรียกตามแบบหลังคา โดยมีลักษณะหลังคาที่แหงนออกสองด้าน โดยด้านนอกเป็นมุมสูง ตรงกลางหลังคาจะเป็นมุมต่ำ ลักษณะคล้ายๆ กับ ผีเสื้อกำลังกระพือปีกเพื่อบิน ส่วนตรงกลางของหลังคา ทำเป็นรางน้ำ อาจให้เอนมาด้านใดด้านหนึ่ง สามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาประเภทอื่นๆ ให้ความเป็นโมเดิร์น ดูทันสมัย

ทรงปีกผีเสื้อ เป็นโครงหลังคาที่แหงนออกทั้งสองด้าน โดยด้านนอกเป็นมุมสูง ตรงกลางจะเป็นมุมต่ำ ลักษณะคล้ายผีเสื้อกระพือปีกบิน ส่วนตรงกลางมักทำเป็นรางน้ำ อาจให้เอนมาด้านใดด้านหนึ่ง เป็นหลังคาที่สามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาแบบอื่น รวมถึงให้ความเป็นโมเดิร์น ทันสมัย

หลังคาแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)

1169

หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกันค่ะ ไม่ค่อยเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไร เนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง 2 ด้าน ทำให้รางน้ำมีโอกาศรั่วซึมได้สูง จึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกันมากนัก ยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป

หลังคา เพิงหมาแหงน

เพลิงหมาแหงน

เพิงหมาแหงน ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ เรียกตามลักษณะท่าทางของสัตว์ เช่นเดียวกับปีกผีเสื้อ หมา หรือ สุนัข มักนั่งท่าแหงน เชิดหน้าขึ้นฟ้า ดูเท่ห์สง่างาม บ้านลักษณะดังกล่าว จึงให้ความเป็นโมเดิร์นทันสมัย เป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้ว มักนิยมให้แหงน

ทรงเพิงหมาแหงน เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆ เล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เร็วอีกด้วย โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบโมเดิร์น

หลังคาเพิงหมาแหงน (LEAN TO)

Modern-Green-House-banidea-2

เป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้ เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็ก เนื่องจากก่อสร้างง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด แต่ต้องระวังให้หลังคามีองศาความลาดเอียงมากพอ ที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทัน ไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้ามาได้ โดยอาจพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ความชันจากขนาดของหลังคา วัสดุมุงหลังคา และระยะซ้อนของหลังคา เป็นต้น ในกรณีที่มีโอกาสหรือความเสี่ยงที่น้ำฝนจะไหลย้อนซึมเข้ามาได้ ก็ควรใช้ความลาดชันมากขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้รวดเร็วขึ้น

หลังคาเพิงหมาแหงน หรือเพิงแหงนตามชื่อเป็นทรงหลังคาที่เน้นการสร้างที่ง่ายๆ นิยมสร้างสำหรับเพิงพักชั่วคราวในสวนในไร่ เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบสมัยใหม่ (Modern)  และ อาจะมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำหลังคาแบบ ซ้อนกันหรือทำแบบสองแผ่นเอียงไปคนละด้านก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้แก่ตัวบ้าน

หลังคาบ้าน ทรงโค้งกลม

roof-design-2

ใน 5 แบบข้างต้นนี้ เป็นลักษณะหลังคาที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุกระเบื้องประเภทต่างๆ แต่สำหรับหลังคากลม แน่นอนว่า ไม่สามารถใช้กระเบื้อได้ เนื่องจากแผ่นกระเบื้อง ไม่รองรับความโค้งงอ นิยมใช้วัสดุประเภท โลหะรีดลอน (Metal Sheet) วัสดุสังเคราะห์ทำจากไฟเบอร์กลาส หุ้มด้านหน้า ด้านหลังด้วยยางมะตอย หรืออาจเลือกใช้วัสดุแผ่นทองแดง ซึ่งสามารถขึ้นรูปดัดโค้งและสั่งผลิตได้ตามต้องการเช่นกัน หลังคาโค้ง ให้รูปลักษณะบ้านที่ดูแตกต่าง แต่ค่าใช้จ่ายสูง

ทรงโค้งกลม จากหลังคาทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นลักษณะของหลังคาที่ต้องใช้ร่วมกับกระเบื้องประเภทต่างๆ แต่สำหรับหลังคากลม แน่นอนว่าไม่สามารถใช้กระเบื้องได้ แต่ต้องใช้โลหะรีดลอน หรือวัสดุสังเคราะห์จากไฟเบอร์กลาสหุ้ม ซึ่งถ้าหากโครงสร้างมีรัศมีน้อยกว่าค่ามาตรฐานของผู้ผลิต อาจทำให้เกิดการซ้อนทับกันของแผ่นหลังคาไม่แนบสนิท และน้ำรั่วซึมได้